Markforged คุ้มค่ากับธุรกิจของคุณอย่างไร ?

Markforged เป็นบริษัทผู้ผลิตเอกชนด้านเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Additive Manufacturing ซึ่งออกแบบพัฒนาและผลิต Digital Forge ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอุตสาหกรรมที่ชาญฉลาดของ เครื่องปริ้น 3d ซอฟต์แวร์ และวัสดุที่ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถพิมพ์ชิ้นส่วนที่แข็งแรงได้ในจุดที่ต้องการ

สามารถพิมพ์โลหะแบบ 3 มิติได้หรือไม่?

คำตอบคือสามารถทำได้! มีการบันทึกว่าการพิมพ์โลหะแบบ 3 มิติมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523  แต่เพิ่งจะได้รับความนิยมเมื่อไม่นานมานี้ และได้กลายเป็นหัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในอุตสาหกรรมปัจจุบัน เนื่องจากมีข้อดีที่เปลี่ยนหน้าตาของอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ไปได้นั่นเอง โดยสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากที่สุด คือความพยายามของหลาย ๆ อุตสาหกรรมใน “การหยุด” การพึ่งพาเทคนิคการผลิตชิ้นส่วนโลหะแบบเดิม ๆ สิ่งนี้ทำให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ ที่ผลักดันให้มีการวิจัยและพัฒนาด้านการพิมพ์ 3 มิติ ด้วยวัสดุโลหะ ซึ่งทุกวันนี้ เครื่องพิมพ์ 3 มิติมีวิวัฒนาการและมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก ผู้บริโภคจึงมีตัวเลือกเครื่องพิมพ์โลหะ 3 มิติที่มีคุณภาพสูงมากมาย อย่างไรก็ตาม ทั้งวิศวกร นักออกแบบ และเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่สนใจนำเครื่องพิมพ์ 3 มิติไปใช้งานจริงก็ยังคงมีข้อสงสัยและคำถามบางข้อที่คาใจอยู่

คุ้มค่าหรือไม่หากจะซื้อเครื่องพิมพ์โลหะ 3 มิติ?

แน่นอนว่าคำถามที่คนส่วนใหญ่ต้องถามคือเรื่อง “ความคุ้มค่า” เนื่องจากว่าราคาเครื่องพิมพ์โลหะ 3 มิติ หรือ Metal 3D Printer อยู่ที่ระดับกลางค่อนข้างสูงไปจนถึงราคาสูงมาก เมื่อเทียบกับ 3D Printer ด้วยกัน เพราะฉะนั้น สิ่งที่คุณต้องทำอันดับแรกคือการคำนวนค่าใช้จ่ายของการผลิตแบบเดิม ซึ่งรวมถึงค่าวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ในทุกขั้นตอน และอย่าลืมค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับโลหะ จากการผลิตแบบเดิมหรือแบบตัดชิ้นส่วน (ซึ่งโดยปกติจะเหลือทิ้งเป็นขยะเป็นจำนวนมหาศาล) เปรียบเทียบกับค่าเครื่องพิมพ์โลหะที่ต้องการ ค่าวัสดุอุปกรณ์ในแต่ละขั้นตอนที่ต้องใช้ และความคุ้มค่าที่เกิดขึ้นจากการผลิตทั้งสองแบบ

หลังจากนั้นคุณถึงจะเห็นว่าการลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์โลหะนั้น คุ้มค่าสำหรับธุรกิจของคุณหรือไม่ เพราะไม่ใช่ทุกอุตสาหกรรมที่จำเป็นจะต้องลงทุนในเครื่องพิมพ์โลหะ แต่หากคุณอยากทดลองใช้งาน คุณอาจจะเริ่มต้นที่เครื่องพิมพ์พลาสติกหรือเรซิ่น 3 มิติขนาดเล็กไปถึงขนาดกลางสำหรับการพิมพ์ชิ้นส่วนต้นแบบ แล้วค่อยขยับมาเป็นเครื่องปริ้นโลหะ โดยเริ่มจากการผลิตชิ้นส่วนเล็ก ๆ อย่างพวกอะไหล่ หรือทดลองใช้บริการรับพิมพ์ 3 มิติที่มีให้เลือกเป็นวัสดุโลหะ ว่าคุณภาพของชิ้นงานได้มาตรฐานมากน้อยเพียงใด รวมถึงสามารถนำมาใช้แทนการผลิตหลักได้หรือไม่

กรณีตัวอย่าง ที่นำเครื่องพิมพ์โลหะ 3 มิติ มาใช้จริง

Marforged Lean Machine
เครื่องมือที่วางขายในร้าน Lean Machine

กรณีตัวอย่างที่ 1: Lean Machine – ร้านขายเครื่องมือ

Lean Machine ต้องการผลิตสินค้าที่มีส่วนประกอบเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ หากผลิตด้วยเครื่องมือการผลิตแบบเดิม จะมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 6,000 ดอลลาร์และใช้เวลาในการผลิต 3 สัปดาห์ แต่เมื่อพวกเขาเปลี่ยนมาเป็นการผลิตแบบใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ จะใช้เวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์และใช้ค่าใช้จ่ายแค่เพียง 1,500 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ถึง 75% และประหยัดเวลาลงไปได้ถึง 66%

Markforged Nieka Systems
“เบ้าหลอม” ผลิตภัณฑ์ของ Nieka Systems

กรณีตัวอย่างที่ 2: Nieka Systems – ผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ

Nieka Systems มีลูกค้าอยู่ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และปูนซีเมนต์ พวกเขามีเครื่องจักรที่สามารถเปลี่ยนแร่หรือปูนซีเมนต์ เป็นแผ่นดิสก์กระจก สำหรับการวิเคราะห์และรับรองคุณภาพในกระบวนการผลิต

Tips

แผ่นดิสก์กระจกหรือที่เรียกว่า Glass Disc เป็นเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลถึง 5 มิติ สามารถเก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 360 TB และทนต่ออุณหภูมิสูงสุดได้ถึง 1,000 องศา ซึ่งในกระบวนการผลิตนั้นต้องการการวิเคราะห์องค์ประกอบตัวอย่างที่แม่นยำ โดยวัสดุจะได้รับการหลอมในเบ้าหลอมที่ทำจากทองคำขาวหรือ Platinum ที่มีอุณหภูมิสูงถึง 1,000 องศา จากนั้นจึงเทลงในแม่พิมพ์ซึ่งจะมีอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยกระบวนการเหล่านี้ จำเป็นต้องมีวัสดุที่ทนต่อความร้อนสูง และทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่รวดเร็วได้

ในช่วงแรก Nieka Systems มองการใช้เครื่องจักรกล CNC เป็นตัวเลือกสำหรับการผลิต  แต่พบว่าต้นทุนนั้นเกินงบประมาณ และมีระยะเวลาในการผลิตนานเกินไป พวกเขาจึงได้ติดต่อไปที่สำนักงานบริการเครื่องพิมพ์ 3 มิติเพื่อทำการผลิตเบ้าหลอมแบบ 3 มิติโดยใช้เทคโนโลยี Direct Metal Laser Sintering (DMLS) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าและใช้เวลาในการผลิตน้อยลง ซึ่งทำให้ได้ผลลัพธ์คือค่าใช้จ่ายในส่วน CAD ที่ลดลงถึง 108,000 ดอลลาร์ต่อปี ระยะเวลาในการรอสินค้าที่ลดลงถึง 86% และใช้เวลาเพียง 1 ปีครึ่งในการทำยอดถึงอัตราส่วนผลตอบการการลงทุน (ROI)

Markforged
รถจาก Garry Rogers Motorsport กำลังทำการแข่งขัน

กรณีตัวอย่างที่ 3: Garry Rogers Motorsport – ทีมกีฬายานยานต์ที่เก่าแก่ที่สุดในออสเตรเลีย

เนื่องจากทีมไม่มีเครื่อง CNC ไว้เพื่อใช้งานเอง ทีมจึงใช้บริการบุคคลที่สามทุกครั้งที่พวกเขาต้องการชิ้นส่วนหรืออะไล่ที่ซับซ้อนหลายชิ้น แต่ได้พบว่าเวลาในการผลิตนั้นไม่รวดเร็วพอ และเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือยทางธุรกิจอย่างมาก ยิ่งใช้เวลาในการจ้างชิ้นส่วนมากขึ้นท่าใด ยิ่งทำให้กระบวนการวิจัยและพัฒนาช้าลง ซึ่งหมายความว่าทีมงานมีเวลาน้อยลงในการมุ่งเน้นไปที่การหาวิธีปรับปรุงประสิทธิภาพของรถ


ในปี 2556 Stefan Millard ผู้จัดการทีมของ Garry Rogers Motorsport ได้ตัดสินใจนำเครื่องพิมพ์ 3 มิติมาใช้ในทีม เพื่อให้วิศวกรและนักออกแบบมีวิธีใหม่ ๆ ในการสร้างต้นแบบและชิ้นส่วนการผลิตจากการวิจัยของเขา จากนั้น Stefan จึงสั่งเครื่องพิมพ์คาร์บอนไฟเบอร์
 3 มิติ ล่วงหน้าจาก Markforged ทำให้ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา Garry Rogers Motorsport ได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทแรก ๆ ในออสเตรเลีย ที่ลงทุนในเทคโนโลยีของ Markforged และผลลัพธ์อันน่าประทับใจที่ได้ คือค่าใช้จ่ายที่ลดลงถึง 92% ประหยัดเวลาลงถึง 92% และชิ้นส่วนที่สามารถนำไปใช้งานได้เลยถึง 325 ชิ้น

Cashco's products range from control valves to regulators.
ผลิตภัณฑ์ของ Cashco ตั้งแต่วาล์วควบคุมไปจนถึงตัวควบคุม

กรณีตัวอย่างที่ 4: Cashco – ผู้ผลิตระบบควบคุมอุตสาหกรรมระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านวาล์วควบคุม ตัวควบคุม และอุปกรณ์ควบคุมไอน้ำสำหรับหลาย ๆ อุตสาหกรรม

Cashco ต้องการชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำสูง เพื่อผลิตอุปกรณ์ที่ควบคุมการไหล ความดัน อุณหภูมิ ระดับ หรือค่า pH ของกระบวนการได้อย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทได้นำแขนหุ่นยนต์จำนวนมากมาใช้ในสายการผลิต และแต่ละชุดมีชุดเครื่องมือที่สั่งทำโดยเฉพาะ บริษัทจึงต้องการช่างเครื่องมือและช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญในการผลิตและบำรุงรักษา เครื่องมือที่สั่งทำโดยเฉพาะสำหรับหุ่นยนต์แต่ละตัว และเนื่องจากผู้ผลิตเครื่องมือที่เชี่ยวชาญนั้นหาได้ยาก Cashco จึงเริ่มรู้สึกถึงความยุ่งยากในการประดิษฐ์เครื่องมือที่สั่งทำโดยเฉพาะ สำหรับใช้ภายในที่มีปริมาณน้อย

เดิมที Cashco ได้ซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Markforged X7 จาก D3 Technologies ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Markforged มาเพื่อผลิตเครื่องมือที่แข็งแกร่งสำหรับพื้นโรงงานในปริมาณต่ำ พวกเขาประทับใจกับเวลาในการเริ่มผลิตเครื่องมือที่น้อยมาก คุณสมบัติต่าง ๆ เช่น การปรับระดับ และฟังก์ชั่นการปรับเทียบก่อนพิมพ์ ซึ่งช่วยลดชั่วโมงในการตั้งค่าที่ผู้ปฏิบัติงานจะดำเนินการระหว่างงานแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้พวกเขามีฟังก์ชั่นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การออกแบบเครื่องมือและการใช้งานเครื่อง CNC ซึ่งในช่วงแรกนั้นการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติทำให้เวลาการผลิตลดลงอย่างมาก

วิศวกรจึงเห็นว่านี่เป็นโอกาสในการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มของ Markforged เพื่อพิมพ์แผ่นระบุตำแหน่งการติดตั้งสำหรับเครื่องจักรของพวกเขาโดยเฉพาะ ซึ่งสิ่งนี้ช่วยให้บริษัทประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก และนี่เป็นวิธีที่จะทำให้เครื่อง CNC ของพวกเขาผลิตชิ้นส่วนที่สร้างรายได้แทนการใช้ไปกับเครื่องจักรของบริษัท

จากกรณีตัวอย่างทั้งหมดที่เราได้ยกขึ้นมาบอกกล่าว คุณจะเห็นได้ว่าการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิตินั้นสามารถปฏิบัติการแทนกระบวนการผลิตแบบเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นด้านค่าใช้จ่าย เวลา และคุณภาพของชิ้นงาน

เพื่อเป็นการคำนวนค่ามช้จ่ายและความคุ้มค่าของการผลิต คุณสามารถทำการทดลองการพิมพ์ชิ้นส่วน 3 มิติกับเราได้ฟรีโดยคลิกที่ลิงก์ด้านล่าง

Septillion ขอต้อนรับคุณสู่โลกของการพิมพ์ 3 มิติ เทคโนโลยีที่จะปฏิวัติวงการอุตสาหกรรม!

 

ที่มา Markforged

ที่มา Markforged ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยโดย Septillion