Markforged พาพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ด้วยชิ้นส่วนจากการพิมพ์ 3 มิติ

Septillion WebmasterMarkforged, ข่าวสาร

Björn Lindwall ผู้ก่อตั้งและ CEO ของบริษัท SolidEngineer ในประเทศสวีเดน ใช้ชีวิตในฐานะผู้บริหารอย่างที่ไม่มีใครคิดว่าเขาจะทำ ด้วยการปีนภูเขาชื่อดังทั่วโลก โดยใช้อุปกรณ์ที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Markforged

Björn เติบโตขึ้นมาในสวีเดน แต่หลังจากนั้นก็ย้ายไปที่สโลวาเกียกับพ่อแม่ของเขาในช่วงการรุกรานของสหภาพโซเวียต และย้ายไปที่แทนซาเนียเป็นเวลา 4 ปีขณะที่มีสงครามกับยูกันดา และกว่า 25 ปีในการสร้างบริษัท Björn ก็ตัดสินใจว่าชีวิตต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว

Björn กล่าวว่า “ผมแค่อยากออกมาจาก comfort zone ของตัวเอง” หลังจากนั้นเขาก็ออกตะลุยพิชิตยอดเขาหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหิมาลายันในเนปาล ภูเขาคิลิมันจาโรในแทนซาเนีย  และอากองกากัว ยอดเขาที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดีส ที่มีแนวยาวที่สุดในโลกในอาร์เจนติน่า

เพื่อเก็บประสบการณ์การปีนเขาของเขา Björn สร้างเว็บไซต์ bjornadventure ขึ้นมา เพื่อแชร์เรื่องราวต่าง ๆ รวมไปถึงการสำรวจเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถใช้กับการปีนเขาได้ ซึ่งนั่นรวมไปถึงการพิมพ์ 3 มิติ และตอนนี้เขาก็กำลังพาเทคโนโลยีนี้ไปเผชิญหน้ากับยอดเขาที่สูงที่สุด อย่างภูเขาเอเวอเรสต์

เรามาดูกันครับว่าเขาใช้วัสดุอะไรในการพิมพ์ 3 มิติ และมันประสบความสำเร็จได้อย่างไรบ้าง

เครื่องมือที่ช่วยพิชิตเอเวอเรสต์

อุปกรณ์สื่อสารผ่านดาวเทียม เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการปีนเขาครั้งนี้ Björn จึงได้คุยกับทีมวิศวกรของเขาว่า มีอะไรที่สามารถสร้างเป็นกล่องใส่อุปกรณ์ กับรองเท้าย่ำหิมะที่มีน้ำหนักเบาได้บ้าง

ข้อดีแรกของการมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ คือ คุณสามารถออกแบบและผลิตชิ้นงานต้นแบบ รวมไปถึงชิ้นส่วนที่พร้อมใช้ได้ทันทีในเวลาสั้น ๆ สำหรับกล่องใส่อุปกรณ์สื่อสาร พวกเขาต้องเลือกวัสดุที่ทนต่ออุณหภูมิ -40 Cํ ได้ และต้องทนการกระแทกซ้ำ ๆ หลายๆ ครั้งระหว่างการปีนเขาได้ด้วย และคำตอบก็คือ Onyx เส้นพลาสติกคาร์บอนไฟเบอร์ผสมไนลอนของ Markforged ซึ่งสามารถรักษาความแข็งแรงในอุณหภูมิที่ต่ำได้

กล่องอุปกรณ์สื่อสารผ่านดาวเทียมที่พิมพ์ 3 มิติ โดยใช้วัสดุ Onyx ของ Markforged

แล้วจากนั้นทางทีมก็ปรับใช้กับรองเท้าย่ำหิมะ โดยแทนที่ส่วนที่เป็นโลหะทั้งหมดด้วย Onyx และเริ่มทดสอบในอเมริกาใต้ ซึ่งชิ้นส่วนเหล่านั้นถูกชนกับก้อนหิน แท่งหิน และกรวด แตกต่างจากสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยหิมะบนเอเวอเรสต์อย่างมาก แต่มันก็ยังคงสภาพเดิมไว้ได้อยู่

“ใช่ เหล็กใช้งานได้นานกว่า แต่อุปกรณ์จากเหล็กที่หนัก 50 กรัมกับชิ้นส่วน Onyx ที่หนัก 15 กรัม ผมว่ามันก็ชัดเจนแล้ว” Björn กล่าว

Björn เริ่มต้น 8 สัปดาห์แห่งการพิชิตเขาเอเวอเรสต์ด้วยชิ้นส่วนที่ผลิตจาก Onyx และเมื่อเขาลองสำรวจดูก็พบว่าชิ้นส่วนเหล่านั้นยังคงไม่บุบสลาย แม้จะอยู่ในสภาพอากาศที่ติดลบจนแข็ง บนความสูง 29,029 ฟุต (8,848 เมตร) และเมื่อผ่านไปถึงสัปดาห์ท้าย ๆ มันก็มีการสึกหรอนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับเป็นความเสียหายที่สำคัญ

จากเรื่องราวนี้เราก็น่าจะพอเห็นแล้วนะครับว่าวัสดุ Onyx นั้น มีความแข็งแรงและทนทานมากขนาดไหน สำหรับใครที่กำลังหาวัสดุสำหรับงานวิศวกรรมและอุตสาหกรรมในลักษณะนี้อีก ลองเข้าไปอ่านบทความของเรา หรือติดต่อเพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้ทุกช่องทางเลยครับ

ที่มา: https://markforged.com/blog/climbing-mount-everest-with-3d-printed-parts/

Share this Post