3D Printing Tips: 3 เทคนิคแก้ปัญหาชิ้นงานแอ่นตัว

Septillion Webmasterกรณีศึกษา, ข่าวสาร

“ปัญหาชิ้นงานแอ่นตัวระหว่างพิมพ์ หรือที่เรียกว่า วาร์ป (Warping) เป็นหนึ่งในปัญหาปกติที่ผู้ใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ทุกคนต้องพบเจอน้อยนักที่อาการวาร์ปจะสร้างความเสียหายหนักให้กับชิ้นงาน แต่ปัญหานี้ก็อาจจะส่งผลให้ชิ้นงานนั้นใช้ไม่ได้เลย แม้ว่าคุณจะพยายามแก้ไขมันหลังพิมพ์เสร็จแล้วก็ตาม”

วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือแก้จากต้นเหตุ
เซปทิลเลียน ขอนำเสนอบทความดี ๆ จาก Zortrax ที่จะช่วยบอกถึงสาเหตุ และวิธีแก้ปัญหาชิ้นงานวาร์ปแบบง่าย ๆ สำหรับผู้ใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติทุกท่าน ให้ลองไปปรับใช้กันดูครับ

อุณหภูมิ การทำความสะอาด และการเลือกวัสดุ

โดยส่วนใหญ่ การวาร์ปจะเกิดขึ้นเมื่อชิ้นงานถูกความเย็นระหว่างการพิมพ์ ทำให้ชิ้นงานเกิดการหดตัวลง ผิวเลเยอร์ชั้นล่างสุดของชิ้นงาน รวมไปถึงมุมโค้ง และยอดสุดของชิ้นงานเกิดการเปลี่ยนรูป ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดกับชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ และมีระดับ infill สูง รวมไปถึงการพิมพ์ด้วยวัสดุบางชนิดที่มีโอกาสบิดงอได้ง่าย

สรุป

  • การวาร์ป เกิดขึ้นเพราะชิ้นงานมีความตึงจากวัสดุที่หดตัวลงระหว่างคูลดาวน์
  • ชิ้นงานขนาดใหญ่มีโอกาสเกิดการวาร์ปสูง
  • ยิ่งชิ้นงานมีความหนาแน่น (infill) มาก ยิ่งทำให้ชิ้นงานวาร์ปมากขึ้น

เราสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

ทำให้เครื่องพิมพ์อุ่นและสะอาดอยู่เสมอ

สิ่งสำคัญอย่างแรก คือ ต้องมั่นใจว่าเครื่องพิมพ์อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ต่ำจนเกินไป เพราะหากยิ่งระบายความร้อนออกไปเร็ว ก็ยิ่งทำให้ชิ้นงานบิดงอมากขึ้นเท่านั้น นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องมีทั้ง Side Cover (ฝาปิดด้านข้าง) และ HEPA Cover (ฝาปิดด้านบน) และหากมีเครื่องปรับอากาศอยู่ในห้องเดียวกับเครื่องพิมพ์ ต้องพยายามอย่าให้อุณหภูมิต่ำกว่า 23 °C.

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำหลังจากดูอุณหภูมิแล้ว ก็คือการทำความสะอาดฐานพิมพ์ ทำให้ฐานพิมพ์ไม่มีฝุ่นหรือของเหลวติดอยู่ จะช่วยให้ชิ้นงานยึดติดกับฐานพิมพ์ดีขึ้น และอย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีวัสดุตกค้างอยู่ระหว่างฐานพิมพ์และหัวพิมพ์ เพราะอาจจะทำให้การพิมพ์ไม่สม่ำเสมอ และส่งผลให้ชิ้นงานมีรูปร่างบิดเบี้ยวได้

สรุป

  • ยิ่งอุณหภูมิลดต่ำลงเร็วเท่าไร ชิ้นงานก็มีโอกาสวาร์ปสูงเท่านั้น
  • ทำให้ฐานพิมพ์สะอาดอยู่เสมอ
  • อุณหภูมิรอบเครื่องพิมพ์ไม่ควรต่ำกว่า 23 °C.
การปรับเทียบการพิมพ์และการเลือกเส้นวัสดุ

เมื่อโหลดเส้นวัสดุเข้าเครื่องพิมพ์เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อมาก็คือการปรับเทียบการพิมพ์ หรือที่เรียกว่า calibration ตั้งค่าระยะห่างระหว่างหัวพิมพ์และฐานพิมพ์ให้ดี เพื่อการพิมพ์เลเยอร์แรกที่มั่นคง ซึ่งจะส่งผลต่อชิ้นงานพิมพ์ทั้งหมด หากฐานพิมพ์มีระยะห่างจากหัวพิมพ์เกินไป วัสดุก็จะออกมายาวขึ้น ทำให้มันเย็นตัวลงไวกว่าปกติ และเสียความสามารถในการยึดติดกับฐานพิมพ์ และหากไม่กำหนดระยะห่างให้เหมาะสม เลเยอร์ของชิ้นงานแต่ละชั้นก็จะไม่ติดกัน

การวาร์ปในชิ้นงานขนาดเล็กนั้นแทบจะมองไม่เห็นเลย ในขณะที่การพิมพ์ชิ้นงานขนาด 100 มม. ขึ้นไปอาจสังเกตได้ง่าย รวมไปถึงการแยกตัวของชั้นเลเยอร์ก็จะมีเพิ่มขึ้น ดังนั้นหากต้องการพิมพ์ชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ ก็ควรเลือกวัสดุที่มีโอกาสหดตัวต่ำ เช่นวัสดุชนิด PLA อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการพิมพ์ด้วยวัสดุ ABS ก็ควรออกแบบชิ้นงานให้ผนังบางและมีค่า infill ต่ำ ยิ่งใช้วัสดุน้อยก็ยิ่งมีโอกาสน้อยที่งานจะหดตัวจากการคูลดาวน์

สรุป

  • การปรับเทียบฐานพิมพ์อย่างเหมาะสม ช่วยลดอาการวาร์ปได้
  • ออกแบบชิ้นงานให้มีผนังบางและค่า infill ต่ำ ช่วยความเสี่ยงที่ชิ้นงานจะวาร์ปได้
  • ใช้วัสดุ PLA หรือใช้ของเหลวผสมจาก ABS (ABS juice) เมื่อคุณต้องการพิมพ์ด้วยวัสดุ ABS  
การผสม ABS juice

คุณสามารถเตรียมสิ่งที่เรียกว่า ABS juice เพื่อการพิมพ์วัสดุ ABS ได้ ABS juice คือการผสมวัสดุ ABS ที่ตัดเป็นชิ้นเล็ก  ๆ เข้ากับอะซิโตน (acetone) แล้วนำไปทาบาง ๆ บนฐานพิมพ์ก่อนเริ่มพิมพ์ จะช่วยให้วัสดุยึดติดกับฐานพิมพ์ได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ทางวิศวกรของเราไม่แนะนำให้ใช้หากไม่จำเป็นจริง ๆ เนื่องจากจะทำให้ฐานพิมพ์และเครื่องพิมพ์เลอะ และทิ้งคราบสกปรกไว้หากทำความสะอาดไม่ดีพอ

ศึกษาการผสม ABS juice ได้ ที่นี่.

หากไม่อยากพลาดข่าวสารความรู้ดี ๆ แบบนี้ อย่าลืมไปกดไลก์กันได้ที่เพจ @septillionthailand นะครับ
สนใจเป็นเจ้าของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Zortrax ติดต่อเรา:
โทร. 02-865-2688
Email: info@septillion
หรือเข้ามาที่หน้าร้านเราได้เลย ที่ถนนราชพฤกษ์ – จรัญฯ 13 ใกล้ BTS บางหว้า
เวลาเปิดทำการ: จันทร์ – เสาร์ เวลา 09.00 – 17.00 น.
เราพร้อมให้บริการและคำปรึกษา โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญอันดับ 1 ในประเทศไทย

Share this Post

จำนวนผู้เข้าชม

จำนวนผู้เข้าชม