fbpx

รีวิวเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ULTIMAKER S3 จาก THE STRAITS TIMES – ดีกว่าเพราะทำงานได้ 2 เท่า โดยการพิมพ์ 2 วัสดุ

รีวิวเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

Ultimaker S3 รีวิวเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่นล่าสุดจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติจากเนเธอร์แลนด์ ที่ประกอบด้วยหัวพิมพ์ 2 หัว ฐานพิมพ์กระจก ประตูปิด และหน้าจอระบบสัมผัส รองรับเส้นวัสดุจากแบรนด์อื่นได้กว่า 80 ชนิด

“อะไรที่เครื่องพิมพ์ 3 มิติทั่วไปทำได้ S3 สามารถทำได้ 2 เท่า” — รีวิวจาก The Straits Times ประเทศสิงคโปร์ 

the-straits-times-ultimaker-s3-review

คะแนนโดยรวม: 4/5

คุณสมบัติ: 4/5

การออกแบบ: 4.5/5

ประสิทธิภาพ: 4/5

ความคุ้มค่า: 4/5

ผู้ใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ Ultimaker S3 สามารถเลือกพิมพ์ชิ้นงาน 2 สี หรือพิมพ์วัสดุที่ต่างกันในครั้งเดียวได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาโหลดเส้นใหม่

ข้อควรระวัง: เส้นพลาสติกบางชนิดไม่สามารถพิมพ์ร่วมกันได้

ในการ รีวิวเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เครื่องนี้ ข้อดีที่เห็นได้ชัด คือเป็นเครื่องพิมพ์ที่มีไฟในตัว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นฐานพิมพ์ได้ชัดขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มแสงให้กับกล้องภายในตัว ที่ผู้ใช้สามารถติดตามดูได้ผ่านซอฟต์แวร์ Cura

Cura เป็นซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในการทำงาน 3D เป็นโปรแกรมใช้งานฟรี หรือที่เรียกว่า Freeware ซึ่งนอกจากจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถทำการอัพเกรดได้ตลอดเวลาอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งาน 3D Printer หรือ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ เป็นครั้งแรก เนื่องจากใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และแม้จะเป็นโปรแกรมของบริษัท Ultimaker แต่ก็สามารถใช้งานได้กับเครื่องพิมพ์หลากหลายยี่ห้อเช่นกัน

Ultimaker S3 มีฟีเจอร์แทบจะครบถ้วนสำหรับเครื่องพิมพ์ในราคาเท่านี้ (ประมาณ 180,000 บาท) เชื่อมการพิมพ์ผ่านระบบ Wifi (ไร้สาย) และ Ethernet (เครือข่าย LAN) สามารถกดหยุดชั่วคราวในระหว่างการพิมพ์ และตรวจสอบการพิมพ์ผ่านกล้องภายในตัวเครื่องได้ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดและความถูกต้องระหว่างการทำงาน การทำความร้อนฐานพิมพ์และฐานพิมพ์สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว รวมการปรับระดับฐานพิมพ์อัตโนมัติแล้วใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที และมีเซ็นเซอร์คอยตรวจจับวัสดุ ที่สามารถหยุดการพิมพ์ชั่วคราวทันที หากเกิดเหตุการณ์ เช่น วัสดุหมด เกิดปัญหาขัดข้องใดๆ ขึ้นก็ตาม

เครื่องพิมพ์ Ultimaker S3 ให้คุณทำงานได้สะดวกสบายมากขึ้น แค่กดสั่งพิมพ์ แล้วจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งเฝ้าเครื่อง หรือนั่งกังวลให้เสียเวลา

การทดสอบการพิมพ์โดยรวม จาก JOHN LUI ผู้เขียนรีวิว

  • ทาง Ultimaker ส่งกาว Magigoo สำหรับทาที่ฐานพิมพ์กระจก เพื่อยึดตัวชิ้นงานเข้ากับฐานพิมพ์โดยไม่ต้องพึ่ง Brims หรือ Rafts ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ตัวชิ้นงานไม่หลุดจากฐานพิมพ์แม้ว่าจะพิมพ์ใหญ่กว่าส่วนที่ทากาว (แต่บางชิ้นงานก็สร้าง Brims เผื่อไว้)
  • ทดสอบการพิมพ์วัสดุ PLA ด้วยหัวพิมพ์ขนาด 0.4 มม. ผลลัพธ์คือชิ้นงานออกมามีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นในโหมดความละเอียด 0.2 มม. หรือในโหมดพิมพ์โมเดลที่หนาและเร็วกว่าปกติ
  • ทดสอบการพิมพ์ด้วยวัสดุกึ่งยืดหยุ่น ได้แก่ Polypropylene และ Nylon ผลลัพธ์ออกมาค่อนข้างดี เพียงแต่ชิ้นงานที่พิมพ์ด้วย Nylon จะมีขุยรอบชิ้นงาน แต่ก็สามารถนำออกได้ง่าย ๆ ด้วยปืนเป่าลมร้อน

    หมายเหตุ: ในการ รีวิวเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในครั้งนี้วิศวกรของ Ultimaker แนะนำว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ด้วยการตั้งค่าการหดตัว (Retraction Setting)
  • ทดสอบพิมพ์ 2 หัว พิมพ์พื้นด้วยวัสดุ PLA สีแดง และพิมพ์ตัวอักษรด้วยวัสดุ PLA สีใส ผลลัพธ์คือชิ้นงานออกมาสวยและคมชัด
  • ซอฟต์แวร์ฟรี Ultimaker Cura ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการตั้งค่าได้หลายแบบ หรือปล่อยให้มันทำงานในโหมดเริ่มต้นเองได้ และนอกจากนี้ยังมีอินเทอร์เฟซสำหรับดูการพิมพ์ผ่านกล้อง และการจัดการจากระยะไกล
รีวิวเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
เครื่องพิมพ์ 3 มิติ Ultimaker S3

เครื่องพิมพ์ 3 มิติ Ultimaker S3 ครอบคลุมแทบทุกจุดประสงค์ในการใช้งาน ตั้งแต่ผู้ผลิต นักออกแบบ หรือโรงเรียน มันจึงสามารถพิมพ์วัสดุทางเทคนิค เช่น วัสดุคอมโพสิต Glass และ Carbon Fiber ได้ หากได้รับการติดตั้งหัวพิมพ์ที่เหมาะสม หรือที่ Ultimaker เรียกว่า “Print Cores” ที่มีหลายขนาด รองรับหลายวัสดุ หรือ Print Core CC ที่ออกแบบมาเพื่อการพิมพ์วัสดุคอมโพสิตโดยเฉพาะ

หัวพิมพ์แบบพิเศษนี้ ช่วยขจัดหนึ่งในปัญหาที่น่ารำคาญที่สุดของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ คือวัสดุอุดตัน และอีกหนึ่งวิธีแก้ปัญหาที่ Ultimaker มี คือ NFC tag ที่ช่วยกำหนดค่าเครื่องพิมพ์โดยอัตโนมัติ ด้วยการตั้งค่าที่เหมาะสมที่สุด ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนสูงเกินไปหรือต่ำเกินไป เครื่องพิมพ์จะติดตามการใช้งาน และป้อนจำนวนวัสดุที่เหลือกลับเข้าไปในแท็ก ดังนั้นเครื่องพิมพ์จึงติดตามปริมาณวัสดุที่เหลืออยู่ได้ทันเสมอ ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนม้วนวัสดุบ่อยแค่ไหนก็ตาม

ข้อเสียเดียวของหัวพิมพ์แบบนี้ คือไม่มีชิ้นส่วน Hot End ที่สามารถถอดออกหัวฉีด หรือเปลี่ยนตัวทำความร้อนออกมาได้ จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งชิ้น

สรุป

ข้อดีข้อเสีย
ใช้งานได้กับวัสดุหลากหลายประเภท รวมถึงวัสดุทางเทคนิค เช่น Carbon Fiberราคาสูง
การเชื่อมต่อเครือข่ายสำหรับการจัดการและการตรวจสอบฮาร์ดแวร์ไม่อนุญาตให้ถอดแยกชิ้นส่วนเหมือนเครื่องพิมพ์ 3 มิติทั่วไป
เซ็นเซอร์ปรับระดับฐานพิมพ์อัตโนมัติ และระบบ Flow Sensor ตรวจสอบการไหลของวัสดุ
ติดตั้งและใช้งานง่าย

Ultimaker S3 มีการรับประกัน 1 ปี เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้งานง่าย ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพียงแค่เข้ารับการอบรบการใช้เครื่องเพียงไม่นาน ก็สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที ท่านใดที่สนใจสามารถ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลยครับ

ที่มา: https://www.straitstimes.com/tech/pcs/tech-review-ultimaker-s3-3d-printer-does-it-on-the-double-by-printing-in-two-materials?xtor=CS3-18&utm_source=STiPhone&utm_medium=share&utm_term=2020-02-04%2018%3A02%3A41

ใส่ความเห็น

X