fbpx

มือใหม่หัดพิมพ์ ตอนที่ 4: 10 สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เอาล่ะ สมมุติว่าคุณได้ตัดสินใจซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติด้วยตัวเองหลังจากที่ได้ทราบถึงสิ่งที่น่าทึ่งที่เครื่องพิมพ์ 3 มิติสามารถสร้างได้ทั้งโมเดล เคสโทรศัพท์ วัสดุคอสเพลย์ รูปแกะสลัก หรือแม้กระทั่งเครื่องดนตรีด้วยตัวคุณเอง จินตนาการของคุณกำลังทำงานไปถึงความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่ส้นสุด

แต่ใจเย็น ๆ ไว้ก่อน เพราะมีบางสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนที่คุณจะเข้าสู่โลกแห่งการพิมพ์ 3 มิติ

ปัจจุบันมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติจำนวนมากในตลาดที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ซึ่งจะตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของคุณ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด มีเทคนิคเกี่ยวกับการพิมพ์ 3 มิติที่คุณควรพิจารณาเป็นอย่างแรกเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะใช้เครื่องพิมพ์ใดเป็นเครื่องแรก โดยวันนี้ Septillion ขอนำเสนอ 10 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

1. ประเภทของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

การพิมพ์ 3 มิติเป็นคำจำกัดความกว้าง ๆ ที่ครอบคลุมเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการผลิตวัสดุทางกายภาพ ซึ่งสิ่งที่คุณอาจได้ยินจากสื่อและเป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่มือสมัครเล่นคือ Fused Deposition Modeling (FDM)

Fused Deposition Modeling (FDM)

FDM เป็นกระบวนการแบบ Additive ซึ่งโมเดลจะได้รับการสร้างขึ้นโดยการให้ความร้อนและการอัดขึ้นรูปพลาสติกประกอบเข้าด้วยกันทีละชั้น

 

Fused Deposition Modeling

มีการพิมพ์ 3 มิติอื่น ๆ อีก 2 ประเภท ได้แก่ Stereolithography และ Selective Laser Sintering (SLS) มีราคาแพงกว่ามากเมื่อเทียบกับ FDM

Stereolithography

Stereolithography คือระบบที่ใช้กระบวนการเติมแต่ง แต่แทนที่จะใช้พลาสติกอัดขึ้นรูปกระบวนการนี้จะใช้ลำแสงอัลตราไวโอเลตเพื่อทำให้โมเดลแข็งตัวจากของเหลวที่ไวต่อแสง ซึ่งช่วยให้งานพิมพ์มีคุณภาพสูงขึ้น

Stereolithography

Selective Laser Sintering (SLS)

SLS นั้มมีระบบที่คล้ายกับ Stereolithography เว้นก็แต่ว่ากระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับเลเซอร์และผงแทนที่จะใช้ลำแสง UV และของเหลว ซึ่งระบบนี้จะใช้เลเซอร์ในการละลายผงสร้างชั้นของวัสดุพิมพ์แทน ซึ่งทำให้บางรุ่นสามารถพิมพ์วัตถุโลหะได้ซึ่งไม่สามารถทำได้ในระบอื่น ๆ

Selective Laser Sintering

2. DIY หรือสำเร็จรูป

ชุมชนการพิมพ์ 3 มิติเกิดขึ้นจากผู้สร้างและผู้ผลิต ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่หลาย ๆ คนอยากจะลองประกอบเครื่องพิมพ์ 3 มิติด้วยตัวเอง

 

Lego 3D Printer

การประกอบเครื่องพิมพ์ด้วยตัวคุณเองอาจมีราคาถูกกว่าการซื้อเครื่องพิมพ์ แต่ถ้าคุณไม่มีเวลา คุณสามารถซื้อเครื่องพิมพ์สำเร็จรูปได้เลย

การตัดสินใจขั้นสุดท้ายของคุณนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความชำนาญและมีจุดประสงค์ในการใช้เครื่องพิมพ์แบบใด

3. ราคา

ปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติกลายมาเป็นกระแสหลักอย่างทุกวันนี้ก็คือราคาในตลาด ซึ่งราคานั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลผลิตเป็นหลัก

โดยทั่วไปแล้ว สินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่ามักจะสูงกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ เครื่องพิมพ์ระดับมืออาชีพอาจมีราคาที่สูงกว่า 2,000 เหรียญสหรัฐ แต่ถ้าคุณลองศึกษาการพิมพ์ 3 มิติ คุณสามารถเริ่มต้นด้วยโมเดลง่าย ๆ ที่มีราคาไม่ถึง 100 เหรียญสหรัฐ

3D Printer Price

ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ราคาของเครื่องพิมพ์จะลดลงในขณะที่คุณภาพดีขึ้นไปอีก แต่คุณต้องทราบว่าเครื่องพิมพ์เหล่านี้ไม่ได้มาพร้อมกับวัสดุที่คุณต้องการเพื่อพิมพ์ผลิตภัณฑ์ของคุณ

คุณจะต้องซื้อวัสดุแยกกันเนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันอาจต้องใช้วัสดุที่แตกต่างกัน

4. วัสดุที่ใช้พิมพ์

วัสดุสองชนิดที่จำเป็นสำหรับการพิมพ์ 3 มิติคือ Poly Lactic Acid (PLA) และ Acrylonitrile Butadiene Styrene (ABS) ทั้งสองเป็นเทอร์โมพลาสติกที่จะนิ่มและอ่อนตัวได้เมื่อถูกความร้อนแช่แข็งเมื่อทำให้เย็นลง 

3D Printer Filament

มาดูข้อดีและข้อเสียของวัสดุทั้งสองชนิดกันเถอะ

Poly Lactic Acid (PLA)

PLA เป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่ได้มาจากแป้งข้าวโพดเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้นที่จะเริ่มต้นพิมพ์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างของใช้ในบ้านชิ้นเล็ก ๆ ง่ายๆ ลักษณะอื่น ๆ ได้แก่ :

  • ย่อยสลายได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • เย็นลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการเสียรูปของโมเดล
  • มีให้เลือกทั้งสีทึบและสีโปร่งแสง ซึ่งทำให้วัตถุที่พิมพ์มีลักษณะมันวาว
  • ข้อเสีย: จุดหลอมเหลวต่ำอาจทำให้โมเดลเสียรูปภายใต้ความร้อนสูง
  • ข้อเสีย: ใช้งานได้ยากหากคุณต้องการข้อต่อและชิ้นส่วนที่เชื่อมต่อกัน
PLA Cup

Acrylonitrile Butadiene Styrene (ABS)

ABS เป็นพลาสติกที่ทำจากปิโตรเลียม ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดนิยมเนื่องจากมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นเหมือนตัวต่อเลโก้

  • ความยืดหยุ่นซึ่งช่วยให้การสร้างชิ้นงานที่เชื่อมต่อกันง่ายต่อการสร้างและทำงานด้วย
  • นอกจากนี้ ยังมีจุดหลอมเหลวที่สูงกว่าดังนั้นการสร้างสรรค์ของคุณจะมีโอกาสน้อยที่จะทำให้เสียรูปภายใต้ความร้อนสูง
  • ข้อเสีย: ใช้เวลาเย็นนานกว่าเมื่อเทียบกับ PLA โมเดลมีความอ่อนไหวต่อการเสียรูป
  • ข้อเสีย: การปล่อยควันออกมาระหว่างการพิมพ์
ABS Made Lego

วิธีการเลือก

คุณจำเป็นต้องรู้ว่าวัสดุใดเหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณ จากตรงนั้นคุณสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อเครื่องพิมพ์ประเภทใด สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเครื่องพิมพ์บางเครื่องไม่สามารถรับวัสดุทั้งสองชนิดได้ – เครื่องพิมพ์บางรุ่นจะใช้งานได้กับวัสดุประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น

5. ความปลอดภัย

เมื่อพูดถึงการพิมพ์ 3 มิติ มีปัญหาด้านความปลอดภัยบางประการที่คุณควรทราบ

ความร้อน

สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณกำลังทำงานกับพลาสติกอุ่น เครื่องอัดรีดพลาสติก และในเครื่องพิมพ์บางรุ่นเตียงพิมพ์เองอาจร้อนจัดและอาจทำให้เกิดรอยไหม้ได้หากคุณไม่ระมัดระวัง

เครื่องพิมพ์บางรุ่นไม่มีกล่องหุ้มรอบพื้นที่พิมพ์ โปรดใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษกับเครื่องพิมพ์เหล่านี้

3D Printer Temperature

ควัน

สิ่งสำคัญคือต้องเก็บเครื่องพิมพ์ 3 มิติของคุณไว้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพราะในระหว่างกระบวนการพิมพ์คาดว่าจะมีการปล่อยควันออกมาโดยเฉพาะเมื่อคุณใช้พลาสติก ABS

มีรายงานว่าควันเหล่านี้ค่อนข้างจะมีปริมาณมากแม้ว่าจะมีงานวิจัยเพียงเล็กน้อยที่ระบุถึงผลกระทบที่มีต่อสุขภาพโดยทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ควรใช้ความระมัดระวังโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณจะใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติเป็นจำนวนมาก

3D Printer Temperature

พลาสติกเกรดอาหาร

เครื่องพิมพ์ 3 มิติสามารถใช้สร้างของใช้ในบ้านได้หลายประเภทรวมถึงเครื่องครัว โดยทั่วไปแล้วทั้ง ABS และ PLA นั้นปลอดภัยสำหรับการใส่อาหาร

ข้อกังวลหลักอีกประการหนึ่งคือผลิตภัณฑ์ที่สร้างด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติประเภท FDM มีพื้นผิวที่มีรูพรุนซึ่งแบคทีเรียสามารถสะสมได้

คุณสามารถเคลือบวัตถุเพื่อให้ใช้งานได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่ควรจำกัดปริมาณในการใช้กับเครื่องครัวที่พิมพ์โดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

6. คุณภาพ

ในการผลิตผลิตภัณฑ์พิมพ์ 3 มิติคุณภาพสูง คุณต้องคำนึงถึงสองสิ่ง ได้แก่ ความละเอียดในการพิมพ์และความเร็วในการพิมพ์

ความละเอียดในการพิมพ์หมายถึงระดับของรายละเอียดที่เครื่องพิมพ์สามารถรับได้โดยวัดเป็นไมครอน ยิ่งมีขนาดเล็กเท่าใดรายละเอียดในวัตถุที่คุณสามารถสร้างก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

ความเร็วในการพิมพ์จะวัดว่าเครื่องพิมพ์สามารถเคลื่อนย้ายตัวอัดรีดได้เร็วเพียงใด – ยิ่งความเร็วในการพิมพ์สูงเท่าใดก็จะสามารถพิมพ์ได้เร็วขึ้นเท่านั้น

โปรดทราบว่าคุณสมบัติอื่น ๆ อาจส่งผลต่อความเร็วในการพิมพ์ เช่น การเร่งความเร็วและการลดความเร็วของเครื่องพิมพ์ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เครื่องพิมพ์สั่น

3D Printer Resolution

ในท้ายที่สุด วิธีที่ดีที่สุดในการวัดคุณภาพของเครื่องพิมพ์คือการดูที่เอาต์พุต ซึ่งคุณสามารถดูรูปถ่ายพร้อมใช้งานทางออนไลน์ของเครื่องพิมพ์ 3 มิติขั้นสุดท้ายก่อนตัดสินใจซื้อ

7. แบบโมเดล 3 มิติ

มี 2 วิธีเมื่อคุณต้องการแบบโมเดล 3 มิติ: คุณสามารถสร้างด้วยตัวเองหรือดาวน์โหลดพิมพ์เขียวโมเดลสำเร็จรูปจากอินเทอร์เน็ต

หากคุณตั้งใจจะสร้างแบบโมเดลด้วยตัวเอง มีซอฟต์แวร์มากมายทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงินที่จะช่วยให้คุณสร้างผลงานของคุณเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง

3D Model The Colonel

การเรียนรู้การสร้างโมเดลในคอมพิวเตอร์เป็นงานที่ยากซึ่งต้องใช้เวลาและความพยายามในการทำความคุ้นเคยอย่างแท้จริง โชคดีสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย มีเว็บไซต์ที่ให้บริการโมเดล 3 มิติซึ่งจัดทำโดยผู้ที่ชื่นชอบจากทั่วทุกมุมโลก

การค้นหาโดย Google อาจทำให้คุณค้นพบที่คุณกำลังมองหาก็เป็นได้

8. ไฟล์ STL

ไฟล์ STL (STereoLithography) เป็นรูปแบบไฟล์มาตรฐานที่คุณจะใช้เพื่อพิมพ์โมเดล 3 มิติของคุณลงในวัตถุทางกายภาพ

ไฟล์นี้สามารถสร้างได้โดยใช้โปรแกรม CAD ส่วนใหญ่ ดังนั้นหากคุณกำลังสร้างโมเดล 3 มิติของคุณเอง ซอฟต์แวร์ที่คุณใช้อยู่อาจส่งผลต่อไฟล์ของคุณ

STL Demonstration

โดยทั่วไป ภายในไฟล์ STL คือข้อมูลที่จำเป็นในการสร้างโมเดล 3 มิติ ตัวแบบจะแบ่งออกเป็นชุดของรูปสามเหลี่ยม และเครื่องพิมพ์จะใช้แกน XYZ เพื่อสร้างวัตถุทางกายภาพทีละชั้น

9. ซอฟต์แวร์เพื่อการแบ่งส่วน

เมื่อคุณมีไฟล์ STL ของโมเดลที่คุณต้องการพิมพ์แล้ว คุณจะต้องนำไฟล์เหล่านั้นผ่านซอฟต์แวร์เพื่อการแบ่งส่วน ซึ่งการแบ่งส่วนจะ “บอก” ว่าเครื่องพิมพ์ของคุณว่าจะพิมพ์โมเดลของคุณอย่างไร โดยให้คำแนะนำเกี่ยวกับจำนวนชั้นที่ต้องการ ตำแหน่งเริ่มต้นของเครื่องพิมพ์ และชิ้นส่วนของโมเดลที่ควรเป็นของแข็งหรือกลวง

MakerWare

มีซอฟต์แวร์จำนวนมากที่จะช่วยคุณได้ แม้ว่าซอฟต์แวร์บางตัวจะมาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ก็ตาม

10. ชุมชน

สิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยีใหม่คือ มีชุมชนออนไลน์ที่อุทิศให้กับสิ่งนี้ ซึ่งรวมถึงเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

คุณสามารถค้นหาชุมชนของผู้คนที่เป็นเจ้าของแบรนด์เฉพาะทางออนไลน์เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกและคำตอบสำหรับคำถามที่คุณอาจมีเกี่ยวกับข้อมูลเชิงลึกของเครื่องพิมพ์นั้น ๆ

3D Printer Fair Community

หากชุมชนมีขนาดเล็กเกินไป หรือแย่ไปกว่านั้นคือไม่มีผู้ใช้งานในชุมชนเลย คุณก้ไม่ควรใช้แบรนด์นั้น ๆ

สิ่งที่คุณต้องมีในการลงทุนที่ดีคือการอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์นั้นและคู่แข่งเพื่อให้คุณรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่

แหล่งข้อมูล: https://www.hongkiat.com/blog/things-know-buying-3d-printer/