บางครั้งเครื่อง Ultimaker 2 Extended + เกิดความคลาดเคลื่อนขึ้น สังเกตได้จากการแสดงข้อความคลาดเคลื่อน (ตามด้านล่าง) ที่เกิดขึ้นในขณะที่กำลังใช้งานเครื่องอยู่ ซึ่งหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณ คุณสามารถทำตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

สำคัญ: ก่อนทำการแก้ไขปัญหาเครื่องใด ๆ ห้ามลืมปิดการใช้งานเครื่อง Ultimaker 2 Extended + ก่อนและยุติการเชื่อมตัวหม้อแปลงเสมอ

ความคลาดเคลื่อนที่ทำให้เซ็นเซอร์อุณหภูมิหยุดทำงาน
(Stopped Temp Sensor Error)

ความคลาดเคลื่อนนี้เกิดขึ้นจากตัวเซ็นเซอร์ที่เรียกว่า PT100 ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์สำหรับวัดอุณหภูมิหัวฉีด หากเกิดความคลาดเคลื่อนนี้ขึ้น นั่นหมายถึงว่า ตัวเซ็นเซอร์ได้รับค่าคลาดเคลื่อนส่งผลให้ระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องทำงาน เซ็นเซอร์อุณหภูมิของหัวฉีดจึงโดยสั่งให้หยุดทำความร้อน ส่วนใหญ่แล้วสาเหตุการเกิดความคลาดเคลื่อนนี้เป็นลักษณะของปัญหาที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะการเชื่อมต่อที่ไม่ดีของตัวเมนบอร์ด หรือความเสียหายของเซ็นเซอร์ ส่วนการสำรวจว่าปัญหาเกิดจากตรงไหนกันแน่ของสองอย่างที่กล่าวมานี้ ให้ดูที่ด้านล่างเครื่อง Ultimaker 2 Extended+ ตามที่อธิบายด้านล่างนี้ ซึ่งอาจจะฟังดูยากซักหน่อย แต่มันไม่ได้ยากอยากที่เข้าใจ ลองมาดูกันเลยดีกว่า

  • วางเครื่อง Ultimaker 2+ นอนลงกับพื้นในลักษณะที่คุณสามารถสัมผัสด้านใต้ของเครื่องได้
  • จากนั้นจะเห็นเหล็กใหญ่ ๆ ครอบอยู่ ให้ขันน็อตสองตัวออกจากฝานั้น เพื่อเอาฝาเหล็กที่ครอบอยู่ออก
  • ตอนนี้คุณจะเห็นเมนบอร์ด ให้มองหาสายเคเบิ้ลตัวเซ็นเซอร์ (สายเคเบิ้ลสีขาวที่มีสายไฟเส้นบาง ๆ สีแดงและสีขาว/เทา อยู่ปลายสาย) ที่เชื่อมอยู่กับ ‘TEMP1’
  • เช็คดูว่าสายเคเบิ้ลเซ็นเซอร์นั้นถูกเชื่อมต่ออยู่ และสายไฟเส้นบาง ๆ นั้นไม่หลวม

ถ้าเช็คดูตามขั้นตอนที่บอกแล้ว เซ็นเซอร์อุณหภูมิยังไม่กลับมาทำงานตามปกติ นั่นแปลว่า ปัญหาเกิดจากความเสียหายของตัวเซ็นเซอร์ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนขึ้น คุณสามารถวัดแรงต้านด้วยอุปกรณ์วัดมัลติมิเตอร์ ซึ่งโดยปกติแล้วจะอยู่ที่ประมาน 108 โอห์ม ในอุณหภูมิห้อง แต่ถ้าอยู่ที่ไม่ (ใกล้) 0 ก็เป็นจำนวนที่มากจนนับไม่ได้ นั่นแปลว่า เซ็นเซอร์อุณหภูมิได้รับความเสียหาย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ชัดเจนว่า ต้องเปลี่ยนเซ็นเซอร์เครื่อง Ultimaker 2 Extended+ ใหม่

ความคลาดเคลื่อนที่ทำให้แผ่นทำความร้อนหยุดทำงาน
(Stopped Temp Sensor Bed Error)

ความคลาดเคลื่อนนี้เป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาจากเซ็นเซอร์ของแผ่นทำความร้อน ซึ่งตัวเซ็นเซอร์ไม่สามารถหาค่าที่ถูกต้องได้ ดังนั้นระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องจึงป้องกันแผ่นรองพิมพ์จากการทำความร้อน สาเหตุที่ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนนี้ส่วนมากนั้นจะเกิดจากปัญหาการเชื่อมต่อที่ไม่ดีของแผ่นทำความร้อน หรือเมนบอร์ด หรืออาจจะเป็นความเสียหายจากตัวเซ็นเซอร์เอง

วิธีเช็คหากมีการเชื่อมต่อที่ไม่ดีของเมนบอร์ด คือจะต้องดูจากด้านใต้เครื่อง Ultimaker 2+ ซึ่งอาจจะฟังดูยากซักหน่อย แต่ความจริงนั้น ไม่ได้ยากอย่างที่คิด วิธีมีดังนี้:

  • วางด้านข้างเครื่อง Ultimaker 2+ ลงในลักษณะที่คุณสัมผัสด้านใต้ของเครื่องได้
  • จากนั้นจะเห็นเหล็กใหญ่ ๆ ครอบอยู่ ให้ขันน็อตสองตัวออกจากฝานั้น เพื่อเอาฝาเหล็กที่ครอบอยู่ออก
  • หลังจากเอาฝาครอบออกแล้ว จะเห็นเมนบอร์ด ให้มองหาสายเคเบิ้ลเซ็นเซอร์ของแผ่นทำความร้อน ซึ่งจะเชื่อมต่ออยู่กับ ‘TEMP3’ เมื่อเจอแล้วให้ตรวจดูว่าสายเชื่อมต่ออยู่ดีไหม

หากลองดูแล้ว ยังเกิดปัญหาแบบเดิมอยู่ นั่นอาจแปลว่าแผ่นทำความร้อนนั่นได้รับความเสียหาย หรืออาจเป็นเพราะแผ่นทำความร้อนเชื่อมต่อได้ไม่ดีเอง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ เราแนะนำให้เปลี่ยนแผ่นทำความร้อน คุณสามารถติดต่อฝ่ายเทคนิคทางเราได้เพื่อขอรับแผ่นทำความร้อนอันใหม่หากสินค้ายังไม่หมดประกัน

ความคลาดเคลื่อนที่ทำให้ความร้อนแปรผัน
(Heated Error)

ความเคลื่อนนี้สามารถเกิดขึ้นได้หากตัวเซ็นเซอร์ไม่สามารถหาอุณหภูมิที่มั่นคงหรืออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งแปลได้ว่ากล่องทำความร้อนนั้นไม่ได้ถูกเชื่อมต่ออย่างเหมาะสม จึงทำให้เครื่องมีการป้องกันตัวเองจากการทำความร้อนที่มากเกินไปในหัวฉีด ฉะนั้นเครื่องจึงปิดการใช้งานกล่องทำความร้อน อย่างไรก็ดี สาเหตุของการเกิดความคลาดเคลื่อนนี้มีด้วยกันหลายประการ ซึ่งหากเครื่องของคุณเจอปัญหาที่กล่าวไปข้างต้นนี้ เราแนะนำให้คุณลองสำรวจตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • เช็คดูว่าเครื่อง Ultimaker 2+ ของคุณติดตั้ง firmware เวอร์ชั่นล่าสุด
  • ดูด้านหลังของหัวฉีด เพื่อให้มั่นใจว่ากล่องทำความร้อนและเซ็นเซอร์ PT100 B นั้นอยู่ในบล็อคทำความร้อน
  • เช็ดว่าหัวฉีดไม่ไปโดนพัดลมทำความเย็น ไม่เช่นนั้น ความร้อนจะกระจายไปทั่วตัวพัดลมด้วยเช่นกัน
  • หากพิมพ์โมเดลงานที่มีพื้นผิวเรียบและขนาดใหญ่ อาจเกิดปัญหาลมพัดไม่สม่ำเสมอระหว่างการพิมพ์ชิ้นงานโมเดลกับหัวฉีด ดังนั้นจึงทำให้เครื่องเย็นลง ซึ่งหมายถึงให้แก้โดยการปรับความเร็วการทำงานของพัดลมให้ลดลง

หากทำตามที่กล่าวไปแล้ว ยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ควรติดต่อฝ่ายเทคนิคเพื่อขอความช่วยเหลือ

ความคลาดเคลื่อนที่ทำให้ปุ่มสวิตช์ แกน X หรือ Y พัง
(X or Y Switch Broken)

ความคลาดเคลื่อนนี้เกิดขึ้นเมื่อสวิตช์แกน X หรือแกน Y ไม่ทำงานในขณะที่หัวพิมพ์กำลังทำการ “โฮมมิ่ง” ซึ่งสาเหตุเกิดได้จากหลายเหตุผล อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าหากเกิดความคลาดเคลื่อนนี้ขึ้น ให้ลองเช็คตามจุดต่อไปนี้

  • ตรวจดูว่าคันโยกของลิมิตสวิตซ์ทั้งสองนั้นถูกกดอย่างเหมาะสม สามารถทำได้โดยเลื่อนหัวพิมพ์ด้วยมือไปทางมุมซ้ายด้านหลัง หากดูแล้วว่าปุ่มลิมิตสวิตซ์ปุ่มใดปุ่มนึงไม่ถูกกด ให้ค่อย ๆ โยกคันโยกเพื่อให้มั่นใจว่าปุ่มนั้นถูกกดแล้ว
  • แต่ถ้าหากหัวพิมพ์ไม่สามารถไปที่มุมด้านหลังฝั่งซ้ายได้เลย นั่นอาจแปลได้ว่ารอกอาจจะหลวม ซึ่งในกรณีนี้ให้ดูว่ารอกนั้นแน่น (บนมอเตอร์แกน X และแกน Y)

ความคลาดเคลื่อนที่ทำให้ปุ่มสวิตช์แกน Z พัง หรือทำให้ปุ่มสวิตช์แกน Z ค้าง
(Z-Switch Broken/ Z-Switch Stuck)

หากคุณเจอความคลาดเคลื่อนในลักษณะนี้ แสดงว่าปัญหานั่นเกิดมาจากปุ่มลิมิตสวิตช์แกน Z ที่ทำให้ปุ่มสวิตช์ไม่สามารถกดได้ หรืออาจเป็นเพราะบางอย่างป้องกันไม่ให้กดปุ่มสวิตช์ได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความคลาดเคลื่อนลักษณะไหนก็มีวิธีการดูและแก้ปัญหาเหมือนกัน

  • ตรวจดูให้ชัดว่าไม่มีอะไรกั้นหรือกดทับตัวลิมิตสวิตช์แกน Z อยู่ ซึ่งในบางครั้งอาจจะมีบางอย่างติดอยู่ข้างใต้แผ่นรองพิมพ์ (ที่กันไม่ให้แผ่นรองพิมพ์สามารถเคลื่อนที่ลงได้เต็มที่) หรืออาจจะด้วยสาเหตุว่ามีบางอย่างติดอยู่ข้างในรูลิมิตสวิตช์แกน Z อยู่ก็ได้เช่นกัน
  • ลองค่อย ๆ ยกคันโยกของลิมิตสวิตซ์แกน Z ดูเพื่อให้มั่นใจว่าปุ่มถูกกดลงแล้วและจะไม่สวิตซ์กลับไปได้อีก